พัฒนาครู เพิ่มทักษะการเรียนรู้รอบด้านให้น้อง
พัฒนาครู เพิ่มทักษะการเรียนรู้รอบด้านให้น้อง
โรงเรียนบ้านโคกสำราญ จ.ขอนแก่น
ยอดเงินบริจาคปัจจุบัน
26,709.60 บาท
เป้าหมาย
100,000.00 บาท
26%
4k views
เหลือ 84 วัน
เพิ่มในโครงการที่สนใจ
Share this

หากมีคนถามถึงปัญหาหลักๆของการพัฒนาการศึกษาไทย "ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ"คงเป็นคำตอบลำดับแรกๆ ของหลาย ๆ โรงเรียน ซึ่งโรงเรียนบ้านโคกสำราญก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน ทางโรงเรียนจึงต้องการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบระดับชาติเพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมให้มีศักยภาพสูงสู่มาตรฐานสากล และทัดเทียมกับนานาชาติ
พัฒนาครู เพิ่มทักษะการเรียนรู้รอบด้านให้น้อง

การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในปัจจุบันมีการทดสอบระดับชาติ ทั้งการวัดความสามารถพื้นฐาน ของผู้เรียนระดับชาติ (NT) และการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) โดยสำนักทดสอบกลาง และนำผลคะแนนการทดสอบระดับชาติไปเป็นเกณฑ์พิจารณาตัดสินผลการเรียน และการเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้น  การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นภารกิจสำคัญของสถานศึกษา ซึ่งคุณภาพการศึกษาเป็นเป้าหมายสำคัญของการจัดการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจึงมีนโยบายพัฒนา และยกระดับคุณภาพการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมให้มีศักยภาพสูงสู่มาตรฐานสากล และทัดเทียมกับนานาชาติ  
        โรงเรียนบ้านโคกสำราญ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 เปิดทำการจัดการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมาประสบปัญหานักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ค่อนข้างต่ำ และมีผลการประเมินการทดสอบวัดความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีที่ผ่านมา พบว่าผลคะแนนส่วนใหญ่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ เนื่องมาจากปัญหาการมีต้นทุนในการจัดการเรียนรู้ต่อหัวที่สูงกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ เพราะภาวะจำนวนนักเรียนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหานักเรียนออกกลางคัน และการเลือกทำงานหลังจบการศึกษาภาคบังคับ ส่งผลทำให้ขนาดของโรงเรียนปรับเปลี่ยนไป จึงทำให้ได้รับการจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาจากรัฐบาลน้อย ไม่เพียงพอสำหรับการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ เพราะโรงเรียนจะได้งบประมาณตามจำนวนหัวของนักเรียน เมื่อจำนวนนักเรียนน้อยงบประมาณที่ได้รับก็น้อยตามไปด้วยทำให้มีปัญหาขาดแคลนทั้งครุภัณฑ์และอุปกรณ์การเรียนรู้ที่จำเป็น โดยเฉพาะการขาดแคลนหนังสือเรียนและสมุดแบบฝึกหัด และทรัพยากรเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ จึงทำให้ผู้เรียนเสียโอกาสในการพัฒนาความสามารถให้เต็มตามศักยภาพได้ ประกอบกับโรงเรียนไม่มีความสามารถที่จะจัดการศึกษาให้มีคุณภาพได้ เพราะผู้เรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน จึงทำให้เสียเปรียบทางด้านฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม และเนื่องด้วย ผู้ปกครองมีค่านิยมให้ผู้เรียนเรียนจบสูงสุดแค่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และไม่สนับสนุนให้ผู้เรียนเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น มีผู้เรียนบางส่วนครอบครัวหย่าร้างกัน พ่อแม่แยกกันอยู่ จึงทำให้ไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน บางคนถูกทอดทิ้ง และปล่อยปละละเลย ขาดความเอาใจใส่ลูก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กบางคนถูกพ่อแม่ทิ้งให้อยู่กับปู่ ย่า หรือกับตา ยาย หรือญาติ เพื่อไปทำงานในเมือง เด็กเหล่านี้จึงขาดการดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งจากครอบครัว และจากครู จึงทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ค่อนข้างมาก          


        จากความสำคัญและปัญหาที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ดังนั้น โรงเรียนจึงได้จัดทำโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนขึ้น และผลการทดสอบระดับชาติ NT, O-NET โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามสาระ และมาตรฐานการเรียนรู้ให้สูงขึ้นในระดับดีขึ้นไป มีทักษะกระบวนการคิดขั้นสูง ทักษะการสื่อสาร การใช้เทคโนโลยี และเพื่อเพิ่มผลการทดสอบระดับชาติ NT, O-NET ให้สูงขึ้นร้อยละ 5